เปิดตัว Google I/O 2025 นวัตกรรม AI เปลี่ยนโลก

นวัตกรรม AI จาก Google ปี 2025: เจาะลึกทุกความล้ำสมัยที่คุณต้องรู้!
วันนี้เราจะพาไปสำรวจโลกของ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) จาก Google ที่เพิ่งเปิดตัวในงานใหญ่เมื่อไม่นานมานี้! ถ้าคุณคิดว่า AI วันนี้เจ๋งแล้ว บอกเลยว่าสิ่งที่ Google นำเสนอในปี 2025 จะทำให้คุณตื่นเต้นยิ่งกว่าเดิม! ไม่ว่าจะเป็น Gemini โมเดล AI สุดล้ำ, Ironwood TPU ชิปที่เร็วแรงสุดๆ, หรือ Google Beam ที่เปลี่ยนการประชุมออนไลน์ให้เหมือนอยู่ในโลกเสมือนจริง ทุกอย่างถูกออกแบบมาเพื่อทำให้ชีวิตเราง่ายขึ้น สนุกขึ้น และล้ำขึ้น! พร้อมแล้ว ไปดูกันเลย!
- Ironwood TPU: ชิป AI สุดทรงพลังที่เร็วกว่าเดิม 10 เท่า!
- Google Beam: วิดีโอคอลที่เหมือนอยู่ในโลกเสมือนจริง
- Google Meet แปลภาษาแบบเรียลไทม์: คุยได้ทุกภาษา
- Project Mariner: ผู้ช่วย AI ที่ฉลาดและทำงานหลายอย่างพร้อมกัน
- Gemini Flash 2.5: AI สำหรับนักพัฒนาที่เร็วและฉลาดกว่าเดิม
- AI ที่พูดได้เหมือนคนจริง
- Android XR: แว่นตา AI ที่เปลี่ยนโลก!
- Flow และ Veo3: เครื่องมือสร้างสรรค์สำหรับนักเล่าเรื่อง
- Imagen 4: สร้างภาพสวยสมจริงราวกับเวทมนตร์!
- Synth ID: การันตีความปลอดภัยของคอนเทนต์ AI
- AI เพื่อวิทยาศาสตร์และการแพทย์
1. Ironwood TPU: ชิป AI สุดทรงพลังที่เร็วกว่าเดิม 10 เท่า!

ชิป Ironwood จะช่วยให้ Google Cloud สามารถรันโมเดล AI ที่ซับซ้อนได้เร็วขึ้น ลดความหน่วง (latency) และทำให้ทุกคนเข้าถึง AI ได้ง่ายขึ้น ไม่ว่าจะเป็นนักพัฒนาที่กำลังสร้างแอป AI หรือบริษัทที่ต้องการประมวลผลข้อมูลมหาศาล ชิปตัวนี้จะเปลี่ยนเกมให้ AI ลื่นไหลและทรงพลังยิ่งกว่าเดิม!
ทำไมมันสำคัญ?
- ช่วยนักพัฒนาสร้าง AI ที่ฉลาดและเร็วขึ้น
- ลดต้นทุนและเวลาในการประมวลผล
- เปิดโอกาสให้ทุกธุรกิจใช้ AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
2. Google Beam: วิดีโอคอลที่เหมือนอยู่ในโลกเสมือนจริง!

ลืมการประชุมออนไลน์แบบเดิมๆ ไปได้เลย เพราะ Google Beam มาพร้อมเทคโนโลยี 3D Light Field Display ที่ทำให้การวิดีโอคอลสมจริงสุดๆ! ลองนึกภาพว่าคุณกำลังคุยกับเพื่อนหรือเพื่อนร่วมงานผ่านจอ แต่เหมือนพวกเขานั่งอยู่ตรงหน้าจริงๆ เพราะมีกล้องหลายมุมมองและระบบติดตามการเคลื่อนไหวของศีรษะแบบเรียลไทม์!
จุดเด่นของ Google Beam
- ภาพ 3 มิติสมจริง: ทำให้การคุยผ่านวิดีโอรู้สึกเป็นธรรมชาติ
- การโต้ตอบที่ลื่นไหล: ระบบ AI ช่วยให้การสื่อสารสมจริงยิ่งขึ้น
- เหมาะสำหรับทั้งการใช้งานส่วนตัวและองค์กร
บอกเลยว่า Google Beam จะทำให้การประชุมออนไลน์สนุกและมีชีวิตชีวามากขึ้น เหมือนยกห้องประชุมมาไว้ที่บ้านคุณ!
3. Google Meet แปลภาษาแบบเรียลไทม์: คุยได้ทุกภาษา!

ถ้าคุณเคยเจอปัญหาคุยกับคนต่างชาติแล้วภาษาเป็นกำแพง ข่าวดี! Google Meet ตอนนี้มี ระบบแปลภาษาแบบเรียลไทม์แล้ว! เริ่มต้นด้วยภาษาอังกฤษและสเปน แต่ Google วางแผนขยายไปยังภาษาอื่นๆ และเน้นเจาะกลุ่มผู้ใช้ในองค์กรด้วย ฟีเจอร์นี้จะทำให้การสื่อสารข้ามชาติเป็นเรื่องง่ายเหมือนปอกกล้วย!
อะไรเจ๋งในฟีเจอร์นี้?
- แปลคำพูดทันที ไม่ต้องรอ
- รองรับการประชุมที่มีผู้เข้าร่วมหลายภาษา
- ช่วยให้การทำงานข้ามประเทศลื่นไหลขึ้น
4. Project Mariner: ผู้ช่วย AI ที่ฉลาดและทำงานหลายอย่างพร้อมกัน!

มาเจอกับ Project Mariner โปรเจกต์ AI สุดล้ำที่เปลี่ยน Gemini ให้กลายเป็นผู้ช่วยที่ไม่ใช่แค่ตอบคำถาม แต่สามารถ ทำงานหลายอย่างพร้อมกัน ได้! ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณกำลังหาคอนโดใหม่ Gemini จะช่วยค้นหา เปรียบเทียบตัวเลือก จองทัวร์ดูสถานที่ และยังปรับคำตอบให้เข้ากับสไตล์ของคุณได้ด้วย!
สิ่งที่ Project Mariner ทำได้
- เรียนรู้จากการสอน: แค่สอนมันครั้งเดียว มันก็ทำซ้ำได้
- ทำงานข้ามแพลตฟอร์ม: ใช้ Gemini API เพื่อเชื่อมต่อกับเว็บและแอปต่างๆ
- โหมด Agent ในแอป Gemini: ช่วยจัดการงานซับซ้อน เช่น จองตั๋วหรือวางแผนทริป
5. Gemini Flash 2.5: AI สำหรับนักพัฒนาที่เร็วและฉลาดกว่าเดิม!

สำหรับสายโค้ดและนักพัฒนา Gemini Flash 2.5 คือของดีที่ต้องลอง! โมเดลนี้ถูกออกแบบมาให้ เร็ว และ ประหยัดพลังงานแต่ยังเก่งในเรื่องการคิดวิเคราะห์ (reasoning), เขียนโค้ด, และเข้าใจบริบทยาวๆ ได้ดีเยี่ยม คาดว่าจะเปิดให้ใช้งานทั่วไปในเดือนมิถุนายนนี้!
มีอะไรใหม่ใน Gemini Flash 2.5?
- เขียนโค้ดได้เร็วขึ้น: ทำงานร่วมกับ Jules ผู้ช่วยเขียนโค้ดแบบ asynchronous
- เข้าใจบริบทยาวๆ: เหมาะกับงานที่ต้องวิเคราะห์ข้อมูลเยอะ
- ปลอดภัยยิ่งขึ้น: มีระบบป้องกันการโจมตีแบบ prompt injection
6. AI ที่พูดได้เหมือนคนจริง!

Google ยังอัปเกรด text-to-speech ใน Gemini ให้เจ๋งยิ่งขึ้น! ตอนนี้ AI สามารถพูดได้มากกว่า 24 ภาษา เปลี่ยนโทนเสียงได้ลื่นไหล แถมยังมีอารมณ์ในน้ำเสียง เช่น พูดกระซิบหรือตะโกนได้! ฟีเจอร์นี้เหมาะมากสำหรับการสร้างคอนเทนต์หรือแอปที่ต้องการการสื่อสารที่เป็นธรรมชาติ
ตัวอย่างการใช้งาน
- ทำวิดีโอที่มีตัวละครพูดได้หลายภาษา
- ใช้ในแอปแชทที่ต้องการเสียงสมจริง
- ช่วยคนที่พูดไม่ได้สื่อสารผ่าน AI
7. Android XR: แว่นตา AI ที่เปลี่ยนโลก!

Google ร่วมมือกับ Samsung และ Qualcomm เพื่อสร้าง Android XR แพลตฟอร์มที่นำ AI ไปสู่แว่นตาและชุดหูฟังสุดล้ำ! ลองนึกภาพแว่นตาที่ช่วยแปลภาษาแบบเรียลไทม์ นำทาง หรือให้ข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งที่คุณเห็นรอบตัว แถมยัง แฮนด์ฟรี ไม่ต้องถืออะไรให้วุ่นวาย!
อะไรที่ Android XR ทำได้?
- แปลภาษาทันที: เห็นป้ายภาษาต่างชาติ แว่นจะแปลให้เลย
- นำทางอัจฉริยะ: บอกทางพร้อมแสดงข้อมูลบนเลนส์
- ช่วยงานประจำวัน: เช่น แจ้งเตือนหรือแสดงสูตรอาหารขณะทำครัว
8. Flow และ Veo3: เครื่องมือสร้างสรรค์สำหรับนักเล่าเรื่อง!

สายครีเอทีฟต้องกรี๊ด! Google เปิดตัว Flow แพลตฟอร์มสร้างวิดีโอด้วย AI ที่ควบคุมฉากและตัวละครได้สมจริงสุดๆ ร่วมกับ Veo3 โมเดลสร้างเสียงพูดที่ให้อารมณ์และน้ำเสียงที่เหมือนมนุษย์ นักสร้างคอนเทนต์จะสามารถสร้างวิดีโอหรือพอดแคสต์ได้ง่ายและเร็วขึ้น!
จุดเด่นของ Flow และ Veo3
- Flow: สร้างวิดีโอที่มีความต่อเนื่องของฉากและตัวละคร
- Veo3: สร้างเสียงพูดจากข้อความด้วยน้ำเสียงที่หลากหลาย
- เหมาะสำหรับงานภาพยนตร์ พอดแคสต์ หรือโฆษณา
9. Imagen 4: สร้างภาพสวยสมจริงราวกับเวทมนตร์!

มาถึงไฮไลต์ใหม่ล่าสุดจาก Google I/O 2025 อย่าง Imagen 4 โมเดลสร้างภาพจากข้อความที่ล้ำหน้าไปอีกขั้น! Imagen 4 (หรือที่บางครั้งเรียกว่า Gemini Diffusion ในบางแหล่ง) มาพร้อมความสามารถในการสร้างภาพที่สมจริงและละเอียดยิ่งขึ้น เร็วกว่าเดิมถึง 10 เท่า และเก่งเรื่องการเรนเดอร์ตัวอักษรและ typography ด้วย
อะไรเจ๋งใน Imagen 4?
- ความคมชัดระดับสุดยอด: สร้างภาพที่มีรายละเอียดเล็กๆ เช่น ผ้า น้ำหยด หรือขนสัตว์ ได้สมจริงสุดๆ
- เก่งเรื่องตัวอักษร: สามารถสร้างภาพที่มีข้อความ เช่น โปสเตอร์ การ์ด หรือคอมิก โดยตัวอักษรชัดเจน อ่านง่าย ไม่มีผิด!
- หลากหลายสไตล์: รองรับทั้งภาพแบบ photorealistic และสไตล์นามธรรม (abstract) ในความละเอียดสูงสุดถึง 2K
- เร็วสุดๆ: Google เตรียมปล่อยรุ่น fast variant ที่เร็วกว่า Imagen 3 ถึง 10 เท่า เหมาะสำหรับการสร้างภาพแบบทันใจ
- ใช้งานง่าย: รวมอยู่ในแอป Gemini, Whisk, Vertex AI และเครื่องมือ Workspace เช่น Docs, Slides และ Vids
ตัวอย่างการใช้งาน Imagen 4
- สร้างโปสเตอร์งานอีเวนต์ที่มีข้อความสวยๆ
- ออกแบบการ์ดอวยพรที่ดูเป็นมืออาชีพ
- สร้างภาพประกอบสำหรับงานนำเสนอหรือสตอรี่บอร์ด
- Imagen 4 ยังมาพร้อม SynthID วอเตอร์มาร์กที่มองไม่เห็น เพื่อระบุว่าเป็นภาพที่สร้างโดย AI ช่วยเพิ่มความปลอดภัยและลดความเสี่ยงจาก deepfake
10. Synth ID: การันตีความปลอดภัยของคอนเทนต์ AI

Google ใส่ใจเรื่องความปลอดภัยด้วย Synth ID เทคโนโลยีที่ฝัง วอเตอร์มาร์กที่มองไม่เห็น ในคอนเทนต์ที่สร้างโดย AI ไม่ว่าจะเป็นภาพ เสียง ข้อความ หรือวิดีโอ ช่วยให้เรามั่นใจได้ว่าคอนเทนต์นั้นมาจาก AI และป้องกันการใช้ในทางที่ผิด
ประโยชน์ของ Synth ID
- ตรวจสอบที่มาของคอนเทนต์
- ป้องกันการปลอมแปลงหรือ deepfake
- เริ่มทดสอบกับกลุ่มผู้ใช้ที่เลือกไว้แล้ว
11. AI เพื่อวิทยาศาสตร์และการแพทย์

Google ไม่ได้แค่ทำ AI เพื่อความสะดวกสบาย แต่ยังใช้ AI เพื่อเปลี่ยนโลก! โปรเจกต์อย่าง AlphaFold และ Amy ช่วยนักวิทยาศาสตร์ค้นพบโครงสร้างโมเลกุลและพัฒนายาใหม่ๆ ซึ่งจะช่วยในวงการแพทย์และการวิจัยให้ก้าวหน้าขึ้น
ตัวอย่างผลงาน
- AlphaFold: ช่วยคาดเดาโครงสร้างโปรตีน
- Amy: ช่วยวิเคราะห์ข้อมูลทางการแพทย์
สรุป: Google AI จะเปลี่ยนชีวิตคุณยังไง?
จาก Ironwood TPU ที่ทำให้ AI เร็วและแรงยิ่งขึ้น ไปจนถึง Android XR ที่นำ AI มาไว้บนแว่นตา Google กำลังสร้างโลกที่ AI เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการทำงาน การสร้างสรรค์ หรือการสื่อสาร AI จาก Google จะช่วยให้ทุกอย่างง่าย สนุก และมีประสิทธิภาพมากขึ้น!

ทีมงาน SME Marketing Center